Quick Start

ถ้าจะใช้ให้เร็วที่สุด ทำตามนี้

สูตรใช้งานที่ปลอดภัยสุดคือ "1 สินค้า = 1 โฟลเดอร์" แล้วลากโฟลเดอร์นั้นเข้า AI AutoCut ตรง ๆ

1. รวมไฟล์ของสินค้าตัวเดียวให้อยู่โฟลเดอร์เดียว

  • ใส่วิดีโอและเสียงของสินค้าตัวเดียวกันเท่านั้น
  • อย่าปนหลายสินค้าในโฟลเดอร์เดียว

2. ลากโฟลเดอร์เข้าแท็บนี้

  • ลากทั้งโฟลเดอร์จะชัวร์ที่สุด
  • ถ้าลากเป็นไฟล์ ไฟล์ทั้งหมดต้องมาจากโฟลเดอร์เดียวกัน

3. รอให้ระบบสร้าง Process และสแกนไฟล์

  • ระบบจะสร้าง Process/ และ output/
  • จะแยกไฟล์เข้า audio, vdo_long, vdo_ai

4. ดูว่าเข้า Mode ไหน

  • ถ้าเป็น Mode 1-5 จะกด START ได้
  • ถ้าเป็น Mode 6: SKIP ต้องแก้ไฟล์ก่อน

5. ตรวจ Audio Plan ก่อนกด

  • ดูว่าจะใช้เสียงจาก audio/, vdo_long หรือเสียงเดิมของ AI
  • ถ้าขึ้น skip แปลว่ายังไม่มีแหล่งเสียงที่ใช้ได้

6. กด START แล้วไปรอดู output

  • ผลลัพธ์จะไปที่ output/ ของสินค้าตัวนั้น
  • มี report แยกให้ทุกครั้งหลังจบรอบ

Real Case

Case จริงจาก D:\TestForCap

ภาพชุดนี้มาจากการรันจริงในโปรแกรมโดยใช้ไฟล์จริงใน D:\TestForCap และแคปหน้าจอระหว่างทำงานจริงทั้งหมด (รวม 11 ภาพ)
Home tab before real scan from D TestForCap
หน้า Home ก่อนเริ่มสแกนเคสจริงจาก D:\TestForCap
AI AutoCut before running real scan from D TestForCap
AI AutoCut ก่อนกดสแกน โดยเลือกชุดไฟล์จริง
AI AutoCut scan with real data from D TestForCap
AI AutoCut หลังสแกนจริง: ตรวจพบ vdo_ai, vdo_long และ audio ครบ
AI AutoCut log and preview panel with real data
Log และ Preview panel จากเคสจริงรอบเดียวกัน
Explorer at D TestForCap root
Explorer ที่ root ของ D:\TestForCap
Explorer at Process root after organize
Explorer ที่ Process root หลังจัดไฟล์เสร็จ
Explorer vdo ai with real files and thumbnail preview
vdo_ai พร้อมพรีวิวภาพปกคลิปตัวอย่างในโปรแกรม
Explorer vdo long with real files and thumbnail preview
vdo_long พร้อมพรีวิวภาพปกคลิปจากไฟล์จริง
Explorer audio folder with real files
audio folder ที่ย้ายมาจากไฟล์จริง
AB Roll ready state with real files
A/B Roll ready state โดยใช้ไฟล์จริงจากชุดเดียวกัน
History tab after processing real data set from D TestForCap
History หลังทำงานเคสจริงเสร็จ เพื่อยืนยันรอบงานย้อนหลัง

Real Workflow

ขั้นตอนทำจริงจาก D:\TestForCap (ทำตามได้ทันที)

ลำดับด้านล่างอ้างอิงจากการรันจริงรอบเดียวกันกับภาพในหัวข้อ Real Case เพื่อใช้เป็นคู่มือปฏิบัติจริงแบบทีละขั้น โดยไม่ต้องเดา flow เอง

1. เตรียมโฟลเดอร์ต้นทาง

  • วางไฟล์จริงทั้งหมดไว้ใน D:\TestForCap
  • แนะนำให้มีทั้งคลิป AI, คลิปจริง, และเสียงในชุดเดียวกัน
  • ภาพอ้างอิง: 00_home_before_real_scan.png, 01_ai_autocut_before_scan.png

2. เข้าแท็บ AI AutoCut แล้วเลือกโฟลเดอร์

  • ลากโฟลเดอร์หรือกดเลือกโฟลเดอร์ D:\TestForCap
  • รอระบบสแกนและสร้างโครง Process/ อัตโนมัติ
  • ภาพอ้างอิง: 02_ai_autocut_after_scan_real_data.png

3. ตรวจผล Preflight + Log ก่อนเริ่ม

  • ดูจำนวน vdo_ai, vdo_long, audio ว่าครบตามที่คาด
  • เช็ก warning ถ้ามี skip ให้แก้ input ก่อน
  • ภาพอ้างอิง: 03_ai_autocut_bottom_log_preview.png

4. เปิด Explorer ตรวจไฟล์จริงที่ถูกจัดแล้ว

  • ตรวจ root และ Process ก่อน (04, 05)
  • เปิด vdo_ai และ vdo_long เพื่อตรวจรายการคลิป
  • ภาพปกคลิปจะแสดงในแผง Preview ด้านล่างของโปรแกรม
  • ภาพอ้างอิง: 06_explorer_vdo_ai_real_files.png, 07_explorer_vdo_long_real_files.png

5. ตรวจ audio และสถานะพร้อมทำงาน

  • เปิดโฟลเดอร์ audio ที่ระบบจัดไว้ เพื่อตรวจว่าไฟล์เสียงเข้ามาครบ
  • ถ้าไม่มีใน product ให้ fallback ไป Global Audio และถ้าไม่มีอีกให้ใช้เสียง A
  • ภาพอ้างอิง: 08_explorer_audio_real_files.png, 09_ab_roll_ready_with_real_files.png

6. จบงานและตรวจย้อนหลัง

  • ตรวจ output และ report จากปุ่มลัดในแท็บ
  • เข้า History เพื่อยืนยันรอบที่เพิ่งรัน
  • ภาพอ้างอิง: 10_history_after_real_scan.png

Preparation

ก่อนเริ่ม ต้องเตรียมอะไรบ้าง

โครงสร้างที่แนะนำที่สุด

เริ่มจากโฟลเดอร์แบบเรียบง่ายก่อน แล้วให้โปรแกรมจัดต่อเอง

สินค้า-A/
  clip_ai_01.mp4
  clip_real_01.mp4
  clip_real_02.mp4
  clip_real_03.mp4
  clip_real_04.mp4
  voice.mp3

ชนิดไฟล์ที่แท็บนี้รองรับ

  • วิดีโอ: .mp4 .mov .avi .mkv .webm .m4v
  • เสียง: .wav .mp3 .m4a .ogg .flac .aac
  • ไฟล์ชนิดอื่นจะถูกข้าม ไม่ถูกนำเข้ากระบวนการนี้

สิ่งที่ควรทำ

  • แยก 1 สินค้าไว้ 1 โฟลเดอร์
  • ตั้งชื่อไฟล์ AI ให้มี hint ชัดถ้าคลิปยาวหรือเสี่ยงแยกผิด
  • เตรียม real clip มากกว่า 3 ไฟล์ถ้าต้องการใช้ mode ที่มี vdo_long

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • อย่าปนหลายสินค้าในโฟลเดอร์เดียว
  • อย่าลากไฟล์จากหลายโฟลเดอร์เข้ามาพร้อมกัน
  • อย่าคาดหวังให้แท็บนี้ทำหลาย product root ในครั้งเดียว

Input

ลากอะไรเข้าได้บ้าง

แบบที่รองรับ

  • ลากโฟลเดอร์สินค้าหลัก
  • ลากโฟลเดอร์ Process
  • ลากโฟลเดอร์ย่อยอย่าง audio, vdo_long, vdo_ai, output
  • ลากไฟล์วิดีโอหรือไฟล์เสียงหลายไฟล์ ถ้าอยู่ในโฟลเดอร์เดียวกัน

ระบบจับ product root ยังไง

  • ถ้าลากไฟล์ -> ใช้ parent folder ของไฟล์นั้น
  • ถ้าลาก Process -> ถอยกลับไป root ของสินค้า
  • ถ้าลาก audio, vdo_long, vdo_ai, output -> ถอยกลับไป root ถ้าระบบเจอว่าอยู่ใต้ Process
  • ถ้าอยู่ข้างใน Process/... อยู่แล้ว -> ระบบจะ normalize กลับไป root ให้อัตโนมัติ

กรณีที่ระบบจะไม่ยอมเริ่ม

  • ลากไฟล์จากคนละโฟลเดอร์มาพร้อมกัน
  • ลากไฟล์ที่ไม่ใช่วิดีโอหรือเสียงที่รองรับ
  • คาดหวังให้ใช้หน้าเดียวทำหลายสินค้าในรอบเดียว

สรุปคำแนะนำสั้น ๆ

ถ้าไม่อยากเสี่ยงเรื่อง path และ normalize ให้ลาก "โฟลเดอร์สินค้าหลัก" ตรง ๆ เสมอ

Organize

โปรแกรมจัดโฟลเดอร์และย้ายไฟล์ยังไง

หลังเลือกโฟลเดอร์แล้ว โปรแกรมจะสร้างโครงสร้างมาตรฐานให้ก่อน แล้วค่อยสแกน mode

โฟลเดอร์ที่ระบบสร้าง

สินค้า-A/
  Process/
    audio/
    vdo_long/
    vdo_ai/
  output/

ย้ายไฟล์ไปไหน

  • เสียง -> Process/audio/
  • วิดีโอ real -> Process/vdo_long/
  • วิดีโอ AI -> Process/vdo_ai/

ถ้ามี Process อยู่แล้ว

  • ระบบจะไม่ย้าย root ซ้ำทั้งก้อน
  • จะตรวจซ้ำใน vdo_long ว่ามีคลิปที่ควรย้ายไป vdo_ai หรือไม่

รองรับโครงสร้างเก่า

  • ถ้า root มี audio/, vdo_long/, vdo_ai/ อยู่แล้ว ระบบจะ migrate เข้า Process ให้

โฟลเดอร์ที่ระบบตั้งใจข้าม

  • Process
  • output
  • tmp, tmp_ai, tmp_vdo_long_sound, tmp_fallback_audio
  • seg

ถ้าชื่อไฟล์ชนกัน

ระบบจะไม่ทับไฟล์เดิม แต่เติมชื่อเป็น _1, _2 ต่อท้ายแทน

Classification

แยก AI กับ Real ด้วยกฎอะไร

กฎหลัก

  • คลิปสั้นกว่า 21 วินาที -> AI
  • คลิปตั้งแต่ 21 วินาทีขึ้นไป -> Real

กฎ fallback เมื่ออ่าน duration ไม่ได้

ระบบจะดูคำในชื่อไฟล์แทน เช่น

flow_video veo_ sora_ runway_ kling_ _ai ai_ generated gen_

ถ้ามีคำพวกนี้จะถูกมองเป็น AI ถ้าไม่มีจะถูกจัดเป็น Real

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

  • มีผลต่อการย้ายเข้า vdo_ai หรือ vdo_long
  • มีผลต่อ mode ที่ระบบแนะนำ
  • มีผลต่อ audio plan บางกรณี

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

ถ้าไฟล์ AI ของคุณยาวผิดปกติ หรือไม่มั่นใจว่า ffprobe จะอ่านได้ ให้ตั้งชื่อให้มี hint AI ชัด ๆ จะช่วยลดโอกาสแยก bucket ผิด

Modes

Mode 1-6 ที่แท็บนี้ใช้

Mode 1: vdo_ai only

  • มี AI และไม่มี real
  • ใช้เสียงเดิมของคลิป AI
  • ไม่บังคับว่าต้องมี audio/

Mode 2: AI + vdo_long (Real Sound)

  • มี AI
  • มี real clip มากกว่า 3 ไฟล์
  • ไม่มี audio ภายนอก
  • ใช้เสียงจากฝั่ง vdo_long

Mode 3: AI + vdo_long + audio

  • มี AI
  • มี real clip มากกว่า 3 ไฟล์
  • มี audio พร้อมใช้ หรือถอดจาก vdo_long ได้

Mode 4: vdo_long + audio

  • ไม่มี AI
  • มี real clip มากกว่า 3 ไฟล์
  • มี audio

Mode 5: vdo_long (Real Sound)

  • ไม่มี AI
  • มี real clip
  • ไม่มี audio ภายนอก
  • ใช้เสียงจาก vdo_long

Mode 6: SKIP

  • ไฟล์ไม่ครบเงื่อนไขของ Mode 1-5
  • ตัวอย่างสำคัญ: มี AI + real แต่ real ไม่เกิน 3 ไฟล์ และไม่มี audio
  • เมื่อเป็น mode นี้ ปุ่ม START จะไม่พร้อมกด

Workflow

ลำดับทำงานจริงของแท็บนี้

ขั้น 1: เลือกโฟลเดอร์

ลากโฟลเดอร์หรือกด browse แล้วแท็บจะ normalize path กลับไป product root ให้ก่อน

ขั้น 2: สร้างโครงสร้างงาน

ระบบสร้าง Process/ และ output/ ถ้ายังไม่มี

ขั้น 3: ย้ายและแยกไฟล์

แยกเสียงเข้า audio, real เข้า vdo_long, AI เข้า vdo_ai

ขั้น 4: ตรวจ mode

ระบบสรุปว่าไฟล์ชุดนี้เหมาะกับ Mode 1-5 หรือควร SKIP

ขั้น 5: Resolve audio

เลือกเสียงตามลำดับของ mode ก่อนเริ่มรันจริง

ขั้น 6: เริ่ม process

ตั้งค่า runtime แบบ fixed, เลือก encoder อัตโนมัติ, สร้าง output และเขียน report

Preflight

อ่านช่องสรุปก่อนกด START

สถานะไฟล์ที่ตรวจพบ

ดูจำนวน VDO AI, VDO long และ Audio ว่าตรงกับที่คาดหรือไม่

Mode

ดูว่าระบบจะรันด้วย mode ไหน ถ้าเป็น Mode 6 ให้หยุดแก้ไฟล์ก่อน

Audio Plan

  • vdo_ai original = ใช้เสียงเดิมของคลิป AI
  • vdo_long auto = ใช้เสียงจาก footage
  • audio/ = ใช้ไฟล์ในโฟลเดอร์เสียง
  • extract from first vdo_long = ถอดจาก real ตัวแรก
  • skip = ยังไม่มีแหล่งเสียงที่ใช้ได้

Runtime

ช่องนี้ย้ำว่าหน้านี้ใช้ fixed 3-5s, จำกัด output ไม่เกิน 10, และใช้ encoder แบบ auto

Warning

ถ้าขึ้นพร้อมเริ่มงานก็รันได้ ถ้าขึ้นเตือนเรื่อง fallback หรือไฟล์ไม่ครบ ควรอ่านก่อนทุกครั้ง

Preview

ใช้เช็กว่าระบบเห็นไฟล์ในแต่ละ bucket ถูกจริง และมีไฟล์อะไรถูกย้ายในรอบสแกนล่าสุดบ้าง

Runtime

ค่ารันจริง, output, report และ cleanup

ค่าคงที่ของ AI AutoCut

  • min_sec = 3.0
  • max_sec = 5.0
  • audio_mode = random
  • max_output = 10
  • preset = medium
  • crf = 23
  • lens_sequence_mode = no_repeat

encoder บน Windows

  • h264_nvenc
  • h264_amf
  • h264_qsv
  • libx264

ใช้ตัวที่พร้อมก่อน ถ้าไม่ผ่านจะ fallback ไปตัวถัดไป

output อยู่ไหน

ไฟล์ผลลัพธ์จะอยู่ที่ <product root>/output

report อยู่ไหน

จะมีไฟล์ชื่อประมาณ smart_autocut_report_YYYYMMDD_HHMMSS.txt อยู่ใน output/

ใน report มีอะไร

  • mode ที่ใช้จริง
  • ไฟล์ที่ถูกย้าย src -> dst
  • รายการ input ทั้งหมด
  • audio source และเหตุผล
  • config fixed
  • จำนวน output, เวลา, และ error

cleanup ลบอะไร

  • ลบเฉพาะ tmp*
  • ไม่ลบ audio/
  • ไม่ลบ vdo_long/ และ vdo_ai/ ที่เหลือ

Troubleshooting

ปัญหาที่เจอบ่อย

กด START ไม่ได้

  • มักเป็นเพราะระบบสรุปเป็น Mode 6: SKIP
  • หรือไฟล์ยังไม่พอสำหรับ mode ที่ต้องใช้

AI ถูกไปอยู่ vdo_long

  • คลิปอาจยาวเกิน 21 วินาที
  • หรือ ffprobe อ่านไม่ออกและชื่อไฟล์ไม่มี hint AI

ระบบบอกว่าไม่พบ audio

  • ใน audio/ ไม่มีไฟล์เสียง
  • vdo_long อาจไม่มีเสียงให้ถอด
  • ถอดเสียงไม่สำเร็จจึงจบที่ skip

ไฟล์ถูกจัดกลุ่มไม่ตรงใจ

  • แก้ source ให้ชัดก่อน
  • จากนั้นกด Rescan

ถ้าอยากใช้งานให้เสถียรที่สุด

  • แยก 1 สินค้า 1 โฟลเดอร์
  • ให้ไฟล์ AI มีชื่อสื่อว่าเป็น AI
  • ถ้าจะใช้ mode long เตรียม real clip มากกว่า 3 ไฟล์

สรุปวิธีใช้ที่แนะนำ

  • ลาก root ของสินค้า
  • อ่าน preflight ก่อนทุกครั้ง
  • ค่อยกด START เมื่อ mode และ audio plan ถูกต้อง